สวัสดีเดือน 2 สวัสดี N2

posted on 02 Feb 2013 01:56 by kikukissaten in tagANDetc
สวัสดีเดือนกุมภาพันธ์
 
ไม่ได้เขียนมานานหลายเดือน
ยุ่งสุดๆ กับเรื่องทุกเรื่อง..
 
วันนี้อย่างน้อยเข้ามาอัพนิดนึง
เพราะมีเรื่องหนึ่งเรื่องที่ลากยาวมาเป็นปี สรุปจบอย่างสวยงาม โฮ่ โฮ่
 
สอบผ่าน N2 แล้ว เย้
 
ปีที่แล้วเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างจริงจัง
และเหนื่อยอย่างจริงจังUndecided
แต่พอเห็นผลแล้วก็ดีใจอย่างจริงจัง
 
เฮ้อ โล่งใจสุดๆ กลัวว่าจะต้องสอบใหม่เป็นลูปๆ
โชคดี(จริงๆ นะ) Surprised
 
ขอบคุณเซนเซทุกท่านที่สั่งสอนจนมีวันนี้ ฮือๆ
 
มีน้องถามว่า พี่อ่านหนังสือเล่มไหนดีคะ
อยากจะตอบว่า เล่มไหนที่ซื้อมาแล้วก็อ่านเล่มที่น้องซื้อมาแล้วให้จบทุกเล่ม ยังไงก็มีประโยชน์ค่ะ
(ซื้อมาวางไว้เฉยๆ เหมือนกันค่ะ พอหยิบมาอ่านแล้วถึงแบบ เออ..น่าจะอ่านตั้งนานแล้ว)
 
แต่เล่มที่เราใช้อ่านแล้วคิดว่าเวิร์คคือ ชุด น้องสิงสาราสัตว์ทั้งหลาย
 
NIHONGO SO-MATOME N2 เวิร์คมากโดยเฉพาะเล่มน้องกระต่าย ฝึกฟัง มีซีดีมาด้วย
(หรือก็คือตอนนี้สสท.เอามาแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ เตรียมสอบวัดระดับ ปกสีขาวๆ ทั้งหลาย)
 
เล่มที่แปลเป็นไทยนี้ ที่เป็นเล่มคันจิ ก็ดีไม่แพ้ใคร เพราะรวบรวมเหล่าคันจิที่ออกในข้อสอบ
ไว้มากมายจริงจัง ถ้าจำได้หมดทั้งเล่ม! ผ่านชัวร์ (พูดไปอย่างนั้น ตัวเดี้ยนนั้นจำได้เพียงนิดหน่อย)
 
ส่วนไวยากรณ์นั้นใช้เล่มไวยากรณ์ระดับ 2 สำหรับเตรียมสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น
เล่มสำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม หน้าปกสีแดงๆ
 
โฮก ส่วนการอ่าน แนะนำไม่ไหวจริงๆ เพราะเราก็รอดมาด้วยคะแนนพอถูไถ
ลองอ่านน้องทานูกิ NIHONGO SO-MATOME N2 READING Comprehensive ดูก็ได้ค่ะ
 
หนนี้แนะนำแต่หนังสือก่อนแล้วกันนะคะ

 
 
 
 
 

I Wish

posted on 02 Aug 2012 17:55 by kikukissaten in tagANDetc
 
 
ช่วงนี้ยุ่งสุดๆ ไปเลยค่ะ
เข้ามาอ่านบ้างแต่ไม่ได้มาเขียนอะไร...


ทริปล่าสุดได้ไปที่คิวชูมา
พอกลับมาก็ได้ดูหนังเรื่องนี้อีก
เป็นจังหวะพอดีมาก ก็เลยยิ่งอินกับหนังเรื่องนี้เข้าไปใหญ่
วันก่อนเห็นมีดีวีดีออกมาแล้ว ก็เลยซื้อไว้ก่อน
 
 
I Wish
KISEKI
 
กำกับโดยผู้กับกับคนเดียวกับ Nobody Know
Kore-Eda Hirokazu

 
เรื่องราวของพี่น้องสองคนที่เคยอยู่ที่โอซาก้า
แต่เพราะพ่อแม่แยกกันอยู่ ก็เลยต้องแยกกันไปอยู่คนละจังหวัด
พ่ออยู่กับน้องชายที่ฟุกุโอกะ
แม่กลับไปบ้านเกิดที่คาโกชิมะโดยพาพี่ชายไปด้วย
 
 
ที่เหลือ แนะนำไปดูต่อเองในเรื่องกันเองนะคะ
 
 
 
 
 
ความจริงแล้วหนังเรื่องนี้ผู้สนับสนุนหลักคือ
บริษัทเจอาร์คิวชู จึงมีเรื่องรถไฟของคิวชูเป็นตัวเอก

แต่ใส่เรื่องรถไฟมากำลังดี ทำให้หนังดูดี
และ ทำให้อยากไปเที่ยวคิวชูด้วยรถไฟอย่างเต็มใจ ได้ผลจริงๆ
 
 
และที่ทำให้หนังเรื่องนี้ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่นั้นก็คือ
พี่น้องสองศรีในเรื่อง ที่ความจริงเป็นพี่น้องกันจริงๆ นอกจอด้วย
พี่น้องไมดะไมดะคู่นี้ เล่นได้น่ารักจริงๆ ค่ะ ธรรมชาติมาก


และเพื่อนๆ ของทั้งสองพี่น้องในเรื่องก็น่ารักกันทุกคน
เด็กผู้หญิงที่เล่นเป็นเด็กที่โตขึ้นอยากเป็นนักแสดงนั้น
ก็เป็นหลานสาวตัวจริงของคิคิคิริน ที่รับบทเป็นยายของเด็กสองคนในเรื่องด้วย
พร้อมดาราดังอีกเพียบ รวมถึง โอดะกิริ โจ Wink
 
 
ใครไปคิวชู แล้วมีตั๋ว JR PASS
ไปนั่งชิงคันเซน จากคิวชูเหนือ ฟุกุโอกะ ล่องไปจนถึงคะโกชิมะนั้น
นึกออกไหม
 
ว่าชิงคันเซนสองคัน จะไปสวนกันพอดีที่ตรงไหน ตรงจังหวัดไหนของภาคคิวชู
 
เมื่อรถชิงคันเซนสองขบวนสวนกัน ระหว่างนั้นจะมี KISEKI (ปาฎิหาริย์) เกิดขึ้น
 
 
ถ้านึกออกละก็
เรื่องที่หวังไว้อาจจะเป็นจริงก็ได้นะ
 
ลองไปดู
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

momo e no tegami

posted on 25 Apr 2012 21:12 by kikukissaten in manga

ももへの手紙

momo e no tegami
 
อยากดูเรื่องนี้จัง
 
 
เป็นเรื่องเล่า ฉากเป็นเมืองเล็กๆ ชื่อ เมืองคุเระ ที่ฮิโรชิม่า
 
 
ตอนไปญี่ปุ่นเห็นโปสเตอร์ติดเต็มเลย
ตอนนั้นยังไม่ฉาย ฉาย 21 เมษายน แต่เรากลับมาก่อน

ไม่รู้จะเข้ามาฉายเมืองไทยไหมนะ
 
 
 
 
 
 
เรื่องเกี่ยวกับเรื่องผีๆ น่ะ
ดูน่ารักเชียว
 
 
 
รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จากเว็บไซต์
 
 
 
 
 
 
 

เบนโตะซิมเปิ้ล

posted on 25 Jan 2012 20:14 by kikukissaten in bento
 
สวัสดีเกือบสิ้นเดือนมกราคมของปี 2555 ค่ะ
 
บางทีคนเราก็ต้องอัพบล็อกบ้างอะไรบ้าง
 
ช่วงนี้ยุ่งสุดๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน
 
แต่แม้จะยุ่งแค่ไหน เบนโตะก็ยังต้องทำทุกวันทำงาน
 
แถมตอนนี้ยังทำเบนโตะให้ตัวเองเพิ่มขึ้นอีกกล่อง
 
ขอแนะนำ เบนโตะซิมเปิ้ล ของตัวเอง
 
หน้าตามันธรรมดาสุดๆ ไปเลย
 
แฮมบากุโมยาชิ (ถั่วงอก)
มะเขือม่วงย่าง
มะเขือเทศ ผักสด
ข้าวสวยและบ๊วย
 
 
 
 
 
รสชาติก็พอรับประทานตอนกลางวันได้
 
กล่องข้าวดูเล็ก
 
แต่ยกดูแล้วค่อนข้างหนัก
 
เพราะอัดข้าวเต็มที่
 
อิ่มไปอีกมื้อ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

2011-2012 2554-2555

posted on 27 Dec 2011 21:44 by kikukissaten in tagANDetc
 
2011-2012
2554-2555
 
หายไปนาน
ช่วงที่ผ่านมาวุ่นวายๆ ค่ะ
 
มาสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าไว้ก่อนค่ะ
มีความสุข สนุกสนาน กันโดยทั่วกันนะคะ
 
สวัสดีปีใหม่ 2555 ค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ข้าวร้อนให้รีบปั้น

posted on 12 Sep 2011 12:16 by kikukissaten in food
 
ข้าวร้อนให้รีบปั้น
 
 
 
 
 
บางทีคนเราก็ต้องอัพบล็อกกันบ้าง...
 
 
ข้าวหุงใหม่ๆ กินร้อนๆ อร่อยที่สุด
แต่ถ้ากินไม่หมดแล้วทำยังไงดี

ตักใส่ภาชนะตอนยังร้อนๆ
แช่ช่องแข็งไว้ เก็บไว้ได้เป็นอาทิตย์
พอจะกิน ไม่ต้องรอให้น้ำแข็งละลาย
เอาออกมาอุ่นในไมโครเวฟ (800W 3 นาที)
กินร้อนๆ ได้อีกรอบ
แม้จะไม่อร่อยเท่าข้าวหุงใหม่
แต่ข้าวที่หุงไว้ก็ไม่เสียของ
 
หรือเวลารีบๆ หิวจัดๆ
ก็เอามาอุ่นกินให้หายหิวได้ไม่กี่นาที
 
 
วันก่อนไปซื้อโอนิกิริ ข้าวปั้นแช่แข็งของร้านออร์กานิคแถวสุขุมวิทมา
ดูเขาทำไม่ยาก ทำข้าวให้สุก ปั้นเป็นรูป แช่แข็งไว้ ทำมาขายก็ขายได้แฮะ
 
พอจะกินเอามานึ่งหรืออุ่นในไมโครเวฟ
 
ก็เลยคิดว่า ถ้ามีโอกาส เราลองทำข้าวปั้น เก็บแช่แข็งไว้กินมั่งดีกว่า
 
ประหยัดดี
 
 
 
วันนี้ทำข้าวหุงปรุงรสด้วยผัก
ตามสูตรต้องหุงข้าว 3 ถ้วย
ปริมาณนี้ เก็บไว้กินได้ เช้า กลางวัน เย็น

กินติดๆ กันก็คงเบื่อเป็นธรรมดา
ก็เลยคิดจะปั้นข้าวแช่แข็งเก็บไว้กินวันอื่นบ้าง

 
 


 
หุงข้าวตามสูตรแล้ว กินกันไปเต็มอิ่ม ก็ยังมีข้าวเหลืออยู่ หน้าตาข้าวเป็นเช่นนี้





คคข้าวเมื่อยังร้อนๆ
ตักใส่แม่พิมพ์รูปข้าวปั้น ปั้นให้เป็นรูปเป็นทรง
เพราะถ้าใช้มือปั้น มือคงพองซะก่อน
 
 


 
 
ห่อด้วยพลาสติกห่ออาหาร
ห่อไปสองชั้น
จากนั้นใส่ข้าวปั้นในช่องแช่แข็งไปทั้งยังร้อนๆ
 

ถ้าถามว่า ใส่ตอนร้อนๆ ดูทำให้ตู้เย็นกินไฟไปรึเปล่า
แต่เมื่อเทียบกับเวลาเราเปิดประตูตู้เย็นแช่ทิ้งไว้นานๆ
หรือ เปิดน้ำ ดื่มน้ำ แล้วค่อยปิด
อาจกินไฟใกล้เคียงกันหรือเปล่า...

หรือถ้าเรากินข้าวไม่หมด บูด แล้วต้องทิ้งไป
จะเสียตังค์ค่าทิ้งข้าวมากกว่าเสียค่าไฟหรือเปล่า
รักโลกให้ถูกทาง...
แต่ก็แล้วแต่จะคิดกันไปนะคะ

 
 
หน้าตาข้าวปั้นรสผักที่เก็บแช่แข็งไว้อุ่นกินวันหลัง
 
 
 
 
 
ปล. แต่ควรกินให้หมดภายใน 7-10 วัน จะดีกว่านะคะ
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

แซนวิชลาว

posted on 23 Jul 2011 08:59 by kikukissaten in food
ที่กรุงเทพฯ

แซนวิชลาว
ไปหลวงพระบางมาเลยอยากทำแซนวิชลาว
เพราะซื้อแจ่วบองหลวงพระบางกลับมา

และไปค้นเจอหนังสืออาหารลาวที่คุณพี่ซื้อมา
(หนังสือ Food and Travel ลาว ของคุณ สุทธิพงษ์ สุริยะและวันดารา อำไพพอน)
 
จึงคิดว่าจะลองทำแซนวิชลาวกินดูบ้าง

เห็นป้าขายแซนวิชที่หลวงพระบางทำดูง่ายๆ
แต่ความจริงยากกว่าที่คิด...
 
 
 
 
ส่วนประกอบ 
มีผักต่างๆ
แตงกวา
ต้นหอม ผักชี
มะเขือเทศ
ผักกาด
 
แจ่วบองหลวงพระบาง ขาดไม่ได้
ใส่หนังควายหั่นชิ้นๆ ด้วย ของแท้มาก

 
 
 
ส่วนประกอบที่เหลือก็ส่วนประกอบทำแซนวิช
ขนมปังฝรั่งเศส หมูยอ ตับบด ผักดอง
คุณพี่ว่าที่เวียงจันทร์ แซนวิชลาวใส่ชีสด้วย แต่เราไม่ได้ใส่


 
 
 
 
 
หั่นขนมปังได้ 3 ชิ้น ผ่าแล้วเอาเข้าเตาปิ้งให้กรอบๆ นิดนึง
ทาแจ่วบองกับตับบดลงบนขนมปังให้ทั่ว
 
อัดผักต่างๆ ลงไป หมูยอ ใส่มะกอกดอง
ในสูตรเขาว่าผักดอง แต่เราไม่เข้าใจว่าผักดองหมายถึงอะไรกันแน่

 
ที่สุด
แซนวิชลาวจัดเต็ม 3 ชิ้นก็เสร็จ แบบแอบทุลักทุเล

ไส้แทบทะลักออกมา
คุณพี่รีเควสมาสอง
ปรากฎว่า กินไปได้คนละอัน
อย่างจุกค่ะ
 
 
อีกอันที่เหลือต้องแบ่งคนละครึ่งแล้วกินกันไป
กินตอนสองทุ่ม
อิ่มถึงเที่ยงคืน
กลิ่นแจ่วบองเข้าไปอยู่ในฝันกันเลยทีเดียว
 
 
 
 
 
 
ที่หลวงพระบาง
 
ป้าที่ขายแซนวิชลาวหน้าตายิ้มแย้ม
พอขอถ่ายรูปป้าบอกว่าถ่ายเลย
เอาไปให้คนไทยดูว่าแซนวิชลาวหน้าตาแบบนี้
แซนวิชป้าราคา หกสิบบาท
กลับมาทำเองที่เมืองไทย
ค่าซื้อของปาเข้าไปหลายร้อย
 
แต่ยังไงเราก็ยังว่าค่าครองชีพ(ของนักท่องเที่ยว)ที่หลวงพระบาง
นั้นยังแพงกว่าเมืองไทย
 
 
 
 
 
เอาภาพตรอกเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยของกินอันมีชื่อเสียงของหลวงพระบางมาฝาก
เราไปตอนกินเฝออิ่มแล้ว เลยได้แต่ดู ตอนไปฝนตกด้วยก็เลยต้องรีบๆ เดิน
คนเยอะแยะไปหมด อาหารก็เพียบ
ซื้อแจ่วบองกับไคแผ่น กับข้าวเกรียบกลมๆ มาด้วย ยังไม่รู้จะทำกินยังไง แต่ก็ซื้อมา

 
 
 
บรรยากาศถนนตอนกลางคืนที่หลวงพระบาง
ถนนเล็กๆ เดินสบายๆ ของขายเต็มไปหมด
เพิ่งไปหลวงพระบางครั้งแรก อะไรๆ ก็งงๆ
แต่ความจริง คงงงกับตัวเองมากที่สุด
 
 
คนอื่นไปหลวงพระบางคงประทับใจกันไปในแง่ต่างๆ กันไป
สำหรับเรานั้นไปหลวงพระบางมากลับมาแล้ว รู้สึกว่า
ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเมืองเราหรอกนะ
 

 
 
 
 
 

3 ปีที่ EXTEEN

posted on 01 Jun 2011 13:38 by kikukissaten in tagANDetc
 
ขอแสดงความยินดีกับ EXTEEN ครบรอบปีที่ 7
 
ส่วนเรา เดินตามหลัง EXTEEN อยู่ 5 ปี

เราเลือกที่จะเปิดบล็อกที่นี่ ในวันที่ 31 พฤษภาคม

เพราะเราจะได้ฉลองครบรอบบล็อกเราไปพร้อมๆ กับ EXTEEN

3 ปีที่นี่ ที่ EXTEEN ดีนะ
 
แม้เราจะอัพบล็อกบ้างไม่อัพตามอารมณ์
แต่ก็ยังรู้สึกสนุกอยู่นะ
 
แล้วเจอกัน
เมื่อเราอัพบล็อกครั้งต่อไป
 


 

ไปเกียวโตแล้ว...(1)

posted on 20 May 2011 19:43 by kikukissaten in kyoto
 
ไปเกียวโตหนที่สองแล้ว...
 


1. ก็ยังไม่ไปไปคินคะคุจิอีกเช่นเคย
2. ก็ยังไม่ได้ไปกินคะคุจิอีกเช่นเคย
3. ก็ยังไม่ได้เข้าเยือนไปคิโยมิซึเดระอีกเช่นเคย
4. แต่ได้ไปยืนหน้ากำแพงคิโยมิซึเดระตอนสองทุ่ม...
5. จะบ่นอะไรก็ได้ไปวัดเรียวอันจินี่นา
6. ชอบมาก
7. กินมัจฉะและเต้าหู้จนมึน
8. ประทับใจผักดองเกียวโตสุดๆ
9. ชีวิตวนเวียนอยู่แถวสถานีเกียวโต
10.สรุปว่าคงต้องมีหนสามที่เกียวโตแหงๆ

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เค้กเกลือ

posted on 21 Apr 2011 08:48 by kikukissaten in food
 
 
เค้กเกลือ

มาจากชื่อจริงภาษาฝรั่งเศสว่า เค้กซาเร่ (Cake Sare)






เมื่อวานเช้าดูรายการอะซะอิจิ (NHK)
มีคุณนักทำอาหารชื่อนาโอะมิมาสาธิตทำ เค้กซาเร่
นั่งๆ ดูไปเพราะเห็นว่าชื่อแปลกดี
แต่ดูแล้วก็คิดอยากทำตามขึ้นมา
 
ตามฟอร์ม ขอดัดแปลงสูตรนิดหน่อย
แบบมีอะไรใช้เช่นนั้น

เขาบอกว่าใช้เตาอบหรือกระทะแบนอบก็ได้
แต่เราขอเป็นใช้หม้อหุงข้าวอบแทนแล้วกัน
 
แน่นอนของเขาออกมาหน้าตาดูดี
ของเราฟองอากาศประปราย
แต่ก็กินได้ล่ะนะ
 
 
จัดไป

 
 
เริ่มจากทำไส้ก่อน
ผัดหัวหอมสับกับเบคอนหั่น
ใส่เห็ด
(ตามสูตรเขาเป็นเห็ดแบบมัชรูมสีขาวสุดหรู ส่วนบ้านเราใช้เห็ดหอมสด)
เพิ่มสีเขียวด้วยถั่ว
(ตามสูตรเขาเป็นถั่วโซระมะเมะ ส่วนบ้านเราใช้ถั่วแขก อืม...)

เบคอนน้ำมันออกมาเยอะ ผัดเสร็จขอซับน้ำมันออกหน่อย



 
 
พักไว้
มาตีไข่ในชามสามฟอง


 

ตีไข่เสร็จใส่เกลือซัก 2/3 ช้อนชา
ตามสูตร เขาว่า ใส่น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะด้วย

แต่เราใช้แป้งสำเร็จแบบใส่น้ำตาลมาแล้ว เราจึงไม่ใส่น้ำตาลอีก
จากนั้นใส่นม 80 ML
ตีไปเรื่อยๆ

 
 
 

จากนั้นใส่น้ำมันมะกอก (แทนเนย) 90 ML
ตีไปเรื่อยๆ

ตามสูตรเขาว่า ค่อยๆ แบ่งแป้งสาลี 180 กรัม ที่ผสมกับเบกกึ้งโซดานิดหน่อย
ทยอยใส่แบ่งเป็นสามส่วน


แต่บ้านเราใช้ แป้งฮอตเค้กผสมเสร็จ หรือก็คือแพนเค้กนั่นเอง

 

ขอพูดนิดนึงนะคะ
คือขอกรี๊ดเป็นการส่วนตัวกับแป้งที่แยกบรรจุแบบนี้

เขียนไว้ว่ามีแป้ง 600 กรัม แต่แบ่งชั่งตวงวัดมาให้แล้ว
แบ่งเป็น 3 ถุงๆ ละ 200 กรัม
ใช้ง่ายมากทีละถุงๆ ละ 200 กรัม พร้อมสูตรสำหรับ 200  กรัมมาให้เสร็จ
แถมแป้งที่เหลือยังเก็บใช้ต่อไปได้ไม่ต้องมามัดปากถุงแน่นๆ ให้วุ่นวาย

แป้งอื่นนั้นไซร้ มาเป็นกล่องใหญ่ๆ บางทีก็ไม่ได้ใช้แป้งเยอะขนาดนั้น
อย่างแป้งข้าวโพด มากล่องเบ้อเร่อ ใช้ทีละช้อนโต๊ะ แค่นั้นล่ะ จะให้กรอบอะไรกันมากมาย
ใช้เสร็จแล้วแม้เก็บใส่กระปุกไว้ ไม่ได้ใช้นานๆ สุดท้ายก็ไม่กล้ากินต้องทิ้งไปในที่สุด
ช่วยผู้บริโภคนิดนึงก็ดี อยากขายทีละเยอะๆ ไม่มีใครว่าหรอกค่ะ
แต่ถ้าแบ่งใส่ถุงพลาสติกเล็กๆ เพ็คถุงละ 100 กรัม 200 กรัม
ใส่มาซัก 3-5 ถุง รวมแล้วก็ได้ปริมาณเท่ากับที่คุณอยากขาย
ผู้ใช้อย่างเราก็ได้เก็บแป้งดีๆ ไว้ไม่มีมดแมลงอะไรเข้าไป
ถ้าใช้หมดแล้วก็อยากซื้อใช้อีกเพราะสะดวก ไม่ต้องตวงให้วุ่นวายมากนัก




 
 
 
 
 
วิธีทำที่เหลือก็เมื่อตีแป้งเข้ากันแล้ว
ใส่ใส้ที่ผัดไว้ลงไปคนให้ทั่ว
จากนั้่นเทใส่หม้อหุงข้าว
โรยหน้าด้วยชีสพามาซานผงเล็กน้อย

กดหน้าปัดไปปุ่มที่เขียนว่า เค้ก

แล้วก็ปิดฝาหม้อหุงข้าว
 
กดปุ่มแล้วไปลั้นลาได้เลย
แต่ห้ามเปิดฝาหม้อหุงข้าวเด็ดขาดจนกว่าเค้กจะสุก
ให้หม้อหุงข้าวตัดเอง
 

Before



After

 
 
 
 
รสชาติก็ อืม เค้กใส่เบคอนและเห็ด
กินกับนม กับ สลัดผัก เป็นอาหารเช้าไปแล้ว


ตอนกลางวันจะกินกับน้ำชาอุ่นๆ
กะว่าลองจิ้มกับซอสพริกด้วย ดูจะเข้ากัน
ก็มันเป็นเค้กของคาวนี่นา..

คุณพี่ชิมแล้วว่าโอเค
ก็ทำเอง กินเอง ชมกันเอง อร่อยเอง

อิ่มไปอีกวัน



 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

free counters