ตอนที่ 3 ยุ ゆ 湯 โยรุ 夜 น้ำร้อนตอนกลางคืน

เรื่องนี้เป็นนิยายท่องเที่ยวมิใช่สารคดีท่องเที่ยว
มีหลายตอน (อีกแล้ว) แต่คงไม่ยาวเท่า
แผ่นดินไหว ดอกไม้ไฟ โตเกียว ฮะมะ อิบารากิ

 

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาค่ะ

 

 

(1) 瀬戸内海、船、電車、車、空の旅

(1) Setonaikai, fune , densha, kuruma, sora no tabi

(1) เซโตะไนไก เรือ เรือบิน รถไฟ รถยนต์ ทะเลใน-ญี่ปุ่น

 

(2) 瀬戸内海、船、電車、車、空の旅

(2) Setonaikai, fune , densha, kuruma, sora no tabi

(2) เซโตะไนไก เรือ เรือบิน รถไฟ รถยนต์ ทะเลใน-ญี่ปุ่น

 

 

ตอนที่ 3 ยุ ゆ 湯 โยรุ 夜 น้ำร้อนตอนกลางคืน

 

 

ฟ้ามืดสนิทระหว่างนั่งรอรถโดยสารอยู่หน้าที่พัก
อากาศเย็นลงจนรู้สึกปากสั่น

 

 เรากำลังจะไปหาสิ่งที่ทำให้ดั้นด้นมาจนถึงเกาะนาโอชิม่าแห่งนี้

 

"มาอาบน้ำที่นาโอชิม่าเซนโต"

 

ดูไม่มีเหตุผลแต่ก็เป็นเหตุผล

 

เราลงเครื่องบินที่สนามบินฮิโรชิม่า ตอนเก้าโมงเช้า
นั่งรถลิมูซีนบัสไปฟุคุยาม่า
นั่งรถไฟไปต่อโอกายาม่า
จากโอกายาม่านั่งรถไฟไปอูโนะ
จากอูโนะนั่งเรือเฟอรี่มาเกาะนาโอชิม่า
มาถึงตอนหกโมงเย็น
เดินแบกกระเป๋าไปที่พัก
ขณะนี้กำลังจะนั่งรถโดยสารข้ามไปอีกฟากของเกาะ
เพื่อไปอาบน้า..

 

 

 คุณพี่ขอ เราจึงมากัน

 

 

 

 

 

ก็นับว่าไม่เสียเที่ยวที่มา
อย่างน้อยคิดซะว่าเราต้องการอาบน้ำอย่างจริงจัง
นับจากการอาบน้ำมาขึ้นเครื่องตอนสามทุ่มเมื่อวันก่อน


เข้าไป


สถานที่ช่างอลังฯ

ไม่มีรูปข้างใน
เพราะห้ามถ่ายเด็ดขาด

 

บรรยากาศในนั้น
ไม่เหมือนที่ไหนในชีวิตที่เคยไปมา
ท่ามกลางเซนโต ที่อาบน้ำสาธารณะที่ โอตาเกะ ชินโร เป็นคนสร้างขึ้นมา
มีสาวญี่ปุ่นเดินไปเดินมา อาบน้ำ สระผม แช่น้ำ กันอยู่ข้างใน
และมีสาวผิวสีคล้ำมองก็รู้ว่าไม่ใช่พวกหล่อน
กำลังอาบน้ำด้วยความอึดอัด
แต่ก็ผ่อนคลายด้วยความรู้สึกแบบงงๆ

 

ควันในบ่อน้ำร้อนเป็นไอลอยขึ้นมา
ภาพในเซนโตดูฝ้าๆ ขาวๆ ลางๆ เลือนๆ
เงยหน้าตามไอร้อนขึ้นไปเห็นรูปปั้นช้างแอฟริกาอยู่ด้านบน

 

 

 

......................................

 

 

 

 

ภาพด้านนอกเซนโต
คงไม่มีใครใจดีให้นักท่องเที่ยวที่มาไกลแค่ไหนก็ตาม
บอกว่า มาไกล น่าเห็นใจ โดโซะๆ ให้ถ่ายรูปตัวเองขณะอาบน้ำอยู่ในเซนโตหรอก

 

(แต่มีพวกนิตยสารมาจากฮองกงอยากจะขอเจรจาถ่ายรูปด้านใน
แต่พบกับความผิดหวังกลับไป ชอบคนญี่ปุ่นก็ตรงนี้ล่ะ
ชัดเจน ใหญ่มาจากไหนก็ไม่มีข้อยกเว้น)

 

 วิวริมทะเลเซโตะไนไกตอนกลางคืน สงบดีจริง

 

 

 

 

 

 


ตอนที่ 2 ปาโอ パオ

เรื่องนี้เป็นนิยายท่องเที่ยวมิใช่สารคดีท่องเที่ยว
มีหลายตอน (อีกแล้ว) แต่คงไม่ยาวเท่า
แผ่นดินไหว ดอกไม้ไฟ โตเกียว ฮะมะ อิบารากิ

 

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาค่ะ

 

 

(1) 瀬戸内海、船、電車、車、空の旅

(1) Setonaikai, fune , densha, kuruma, sora no tabi

(1) เซโตะไนไก เรือ เรือบิน รถไฟ รถยนต์ ทะเลใน-ญี่ปุ่น

 

 

ตอนที่ 2 ปาโอ パオ

 

ท้องฟ้าที่มีความสว่างหลงเหลือเมื่อพระอาทิตย์ตก
เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มดำ

แต่สองคนก็ยังเดินหาบ้านพักที่จองอยู่
บนถนนที่เดินมาแทบไม่เห็นไฟทาง
ถ้าหาที่พักไม่เจอ เราก็คงต้องเดินไปมืดๆ
อากาศก็เย็นลงเรื่อยๆ
กระเป๋าก็เหมือนจะหนักขึ้นเรื่อยๆ

 


แต่ในที่สุดก็เห็นสิ่งก่อสร้างหน้าตาคล้ายๆ กับที่เคยเห็นในเว็บไซต์
เหมาว่ามันน่าจะใช่ที่นี่
จึงใช้แรงฮึดสุดท้ายก็วิ่งร่าเริงเข้าไป

 

ปา-โอ
กระโจมแบบมองโกล กางเรียงกันอยู่ริมชายหาด
ด้านหลั
งโอบด้วยเนินเขา ต้นไม้ครึ้ม

ถัดไปอีกส่วนหนึ่งเป็นบ้านรถ แต่มาจอดอยู่ชายหาดให้นอน
และที่เหลือเป็นบ้านเล็กๆ ปูเสื่อตาตามิญี่ปุ่น นอนฟูตอง เรียงอยู่อีกด้าน
มีส่วนของห้องน้ำและศาลาล้างหน้าอยู่ด้านนอก


เราไปรับกุญแจของปาโอและเดินมายังกระโจมที่พัก


คำแนะนำของลุงที่ดูแลที่พักคือ

หนึ่ง ถ้าอยากกินข้าว มีนาเบะขายที่ห้องอาหารที่นี่ ปิดสามทุ่ม
หรือถ้าอยากไปกินที่ร้าน ร้านที่ใกล้ที่สุดเดินไปอีก 30 นาที (เอง)

สอง หน้าที่พักมาป้ายรถเมล์มีเป็นรอบๆ ไปได้รอบเกาะ (เดินมาเอง)

สาม ตอนกลางคืนควรอยู่ในกระโจม
ไม่ควรออกมาเดินเพราะที่นี่มีทานุกิ
เพ่นพ่าน (เอ๊ง..)

สี่ เสียงประหลาดที่ถ้าจะได้ยินรอบกระโจมก็คือเสียงทานุกิอีกเช่นกัน
ไม่ต้องตกใจไปเอง...(รึลุง)

 

เปิดประตูมุดเข้าไปในเต็นท์ก็อึ้งกันอีกรอบ จองเอง อึ้งเอง
เสาสีแดงลายมังกรสีเขียว ตั้งค้ำกระโจมอยู่ตรงกลาง รอบๆ เป็นเตียง

มองโกลที่นี่กางเต้นท์ ริมทะเลเซะโตะไนไก


มาเที่ยวเที่ยวนี้ ตื่นเต้นตลอด


เมื่่อกี้ถามลุง รถเที่ยวสุดท้ายหมด 3 ทุ่ม
ที่ๆ อยากดั้นด้นมาเที่ยวอยู่อีกฟากของเกาะ
ทำเป็นถามว่าเดินไปได้ไหม
ลุงมองหน้าแล้วบอกว่า เดินไปก็ชั่วโมงนึง


ก้มไปมองนาฬิกา หกโมงครึ่งแล้ว
ต้องไปให้ทันรถเที่ยวทุ่มนึง
แล้วกลับมารถเที่ยวสุดท้ายให้ทัน

 

บางทีการได้มาในที่ๆ ไม่เคยมา
ก็จะได้เจอที่ๆ ไม่เหมือนความจริงและก็ไม่เหมือนความฝัน
แต่เวลามันไม่ได้หยุดนึ่งอยู่ในสถานที่ตรงหน้าอย่างที่คิดเพียงอย่างเดียว

 

 

 

.............................................

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

เรื่องนี้เป็นนิยายท่องเที่ยวมิใช่สารคดีท่องเที่ยว
มีหลายตอน (อีกแล้ว) แต่คงไม่ยาวเท่า
แผ่นดินไหว ดอกไม้ไฟ โตเกียว ฮะมะ อิบารากิ

 

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาค่ะ

 

 

(1) 瀬戸内海、船、電車、車、空の旅

(1) Setonaikai, fune , densha, kuruma, sora no tabi

(1) เซโตะไนไก เรือ เรือบิน รถไฟ รถยนต์ ทะเลใน-ญี่ปุ่น

 

 

บทที่ 1 ทาบิ 旅

 


ท้องฟ้าแม้จะเริ่มมืดแต่ก็ยังมีแสงสีขาวนวลในบรรยากาศ
ส่องให้เห็นถนนข้างหน้าที่ก้าวเดินไป
ทางเดินบนเนินในฤดูใบไม้ร่วงบนเกาะนาโอชิมะ

 

อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ รู้สึกได้ถึงลมเย็นๆ ที่หายใจเข้าไป
สถานที่รอบตัวดูช่างไม่เหมือนกับเดินอยู่ในความเป็นจริง
เรากำลังจะเดินไปยังที่ๆ มีอยู่จริงหรือเปล่านะ


แม้เดินไปเท่าไหร่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของจุดหมายที่ว่าไว้
เสียงลมหอบหายใจของตัวเองได้ยินก้องในหูที่เริ่มอื้ออึง
เรากำลังเดินแบกสัมภาระเลาะริมถนนขึ้นบนเขา
ด้านซ้ายมือเป็นที่ลาดชัน ด้านล่างเป็นทะเล


เสียงรอบข้างเงียบสงัด เดินมาเกือบชั่วโมง
แม้จะผ่านบ้านคนชุมชนมาจนเดินขึ้นเขา
แต่ยังไม่เจอใครซักคน
เหมือนมีเราแค่สองคนเดินวนอยู่บนโลกใบนี้

 

 

 

 

คนที่เดินอยู่ข้างหน้าหยุดยืนรอ
และหันมายิ้มให้


คนเราแค่ยิ้มให้กันก็ทำให้รู้สึกอุ่นขึ้นมาได้
ทั้งคนยิ้มให้และคนถูกส่งยิ้มให้

 

เดินเลาะถนนไปเรื่อยๆ ก็คงเจอที่ที่จะหา
แม้จะมีแผนที่อยู่ในมือ
แม้แผนที่จะบอกว่ามีที่พักนั้นมีอยู่จริงก็ยังลังเลกับตัวเอง
ว่าจะมีแรงเดินต่อไปไหม

 

แต่จะเดินไปไกลแค่ไหน
ถ้ายังไม่ถึงจุดหมาย ก็ต้องเดินต่อไป

 

ตาเหลือบมองไปเห็น ดอกไม้ข้างทาง
อะซะคะโอ
หน้าตาของยามเช้าสีฟ้าอมม่วงอมน้ำเงินและอมสีของยามค่ำ
ทำให้ดอกไม้สวยประหลาด
จนต้องหยุดยืนดู

 

 

บางทีการได้มาในที่ๆ ไม่เคยมา
ก็จะได้เจอที่ๆ ไม่เหมือนความจริงและก็ไม่เหมือนความฝัน
เหมือนเวลามันหยุดนึ่งอยู่ในสถานที่ตรงหน้าเพียงอย่างเดียว

 

 

 

 

...........................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลอยกระทงวันลอยกระทง

posted on 02 Nov 2009 06:24 by kikukissaten  in tagANDetc

 

ณ สระหลินปิง

 

ลอยกระทงวันลอยกระทง
ลอยกระทงวันลอยกระทง


 

 

 

ฮา เขียนคำอธิฐานแล้วออกมาเป็นสี่เหลี่ยม
หมายความว่าจะสมหวังใช่ไหม เหมากันดื้อๆ

 

สวัสดีวันลอยกระทงค่ะ

 

2 พย 2552

 

 

 

 

 

 

 

------------------------------------------------------------------

 

edit:

วันนี้เดินออกไปกินข้าวแค่ปากซอย ก็รู้สึกว่าอยู่เมืองไทยนี่มันก็ดีจริง


กลางวันเดินไปกินก๋วยเตี๋ยว เจอป้าเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวแต่งตัวสวยเชียว
ใส่ผ้าถุงกับเสื้อแบบเหมือนจะไปวัด ผมเผ้าเรียบร้อย
กินเสร็จมีการชะโงกมาดูในกระเป๋าผ้าแล้วถามว่าซื้ออะไรมา
แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าป้าชะโงกมาแบบน่าเกลียดอะไร
เพราะเห็นอะไรเขียวๆ มันโผล่ออกมาจากกระเป๋าละมั้ง

บวบ สามอันยี่สิบ ถูกดีจริง ผักเมืองเรา
บางทีก็คิดว่าขายอย่างนี้แล้วคนปลูกจะได้ซักกี่บาทเชียว

แต่ก็ยังเห็นเขาขายกันได้อยู่
ป้าเขาชวนคุยนู่นนี่อยู่พักนึง ยิ้มให้กัน แล้วเราก็เดินกลับมา

ถึงปากซอยเห็นมอเตอร์ไซต์รับจ้าง กำลังนั่งถักแหอยู่ข้างถนน
ขอย้ำว่าแหแบบที่จับปลาจริงๆ ผูกเชือกไว้กับเสาไฟฟ้า
แล้วก็นั่งถักแห สบายใจ อีกคนก็นั่งว่างๆ อยู่ เห็นเราเดินมาก็เลยยิ้มให้

ร้านค้าที่ขายพวกสาวออฟฟิสก็ยังมีสาวรุมซื้อกัน
ไม่ได้เงียบเหงาอะไร เงินยังสะพัดอยู่

อากาศช่วงนี้มันคงเย็นกำลังดีด้วยมั้ง
คนเลยอารมณ์ดีกัน
วันพระจันทร์เต็มดวงนี่ไม่รู้ว่าเกี่ยวด้วยหรือเปล่า

เย็นนี้ไปลอยกระทง (รึเปล่าไม่รู้)
อาจจะได้ดูดอกไม้ไฟสวยๆ ที่จุดขึ้นมาทีไหนซักที
บนฟ้าในกรุงเทพ...

 

แค่นี้ก็รู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นมา

 

 

 

 

 

------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้พระจันทร๋สวยจัง 

 

 

 

 

瀬戸内海、船、電車、車、空の旅

Setonaikai, fune , densha, kuruma, sora no tabi

เซโตะไนไก เรือ เรือบิน รถไฟ รถยนต์ ทะเลใน-ญี่ปุ่น

 

เกริ่นนำ

 

เรื่องนี้มีหลายตอน (อีกแล้ว)
แต่คงไม่ยาวเท่า

แผ่นดินไหว ดอกไม้ไฟ โตเกียว ฮะมะ อิบารากิ

 

 

เซโตะไนไก เรือ เรือบิน รถไฟ รถยนต์ ทะเลใน-ญี่ปุ่น

瀬戸内海、船、電車、車、空の旅

Setonaikai, fune , densha, kuruma, sora no tabi

 

ชื่อภาษาไทยกับภาษาญี่ปุ่นต่างกันนิดหน่อยค่ะ
แต่ก็น่าจะประมาณนี้

 

เรื่องเกี่ยวกับเมืองแถว เซโตไนไก หรือ Inland sea ทะเลใน ที่อยู่แถวเขตชิโกกุ
และดูออกจะเกินไปนิด ที่ยกพาหนะที่ใช้ในการเดินทางมาเป็นชื่อเรื่องเกือบหมด
แต่ก็ทำยังไงได้ เรื่องก็ดำเนินไปบนพาหนะในการเดินทางเหล่านี้ล่ะคะ
(ความจริงมีแท็กซี่ กับ สองขา ขาดแต่จักรยาน.. แต่มันคงไปกันใหญ่)

 

 

 

 

ปล.1 ใครมีความคิดเห็นอย่างไรบอกได้นะคะ

ปล.2 บางท่านอาจจะเบื่อแล้ว (แต่ยังไม่ได้เริ่มเลยนะ) ก็ขอให้ผ่านไปได้ค่ะ

ปล.3 ท่านไหนที่อ่านแล้วสนุก รบกวนติดตามตอนต่อไปเรื่อยๆ

ปล.4 ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ ทั้งที่แสดงตัวและไม่แสดงตัว

ปล.5 อัพได้อาทิตย์ละประมาณสองครั้งค่ะ ส่วนมากตัวหนังสือเยอะกว่ารูปนะคะ

ปล. 6 แต่ช่วงนี้งานเยอะจังเลย ฮือๆ แต่จะพยายามค่ะ

 

 

 

 

(ข่าวฝากมาจาก JNTO)

ส่งภาพประทับใจลุ้นไปญี่ปุ่น ฟรี!

VISIT JAPAN PHOTO CONTEST

 

www.photocontestjapan.com

 

ร่วมสนุกส่งภาพถ่ายที่คุณประทับใจ ช็อตเด็ดๆ ที่โดนใจ
ภายใต้หัวข้อ

"ภาพประทับใจในประเทศญี่ปุ่น"

หรือ

"ภาพประทับใจในเมืองไทยที่คุณนึกถึงประเทศญี่ปุ่น"

 

พร้อมคำบรรยายในสไตล์คุณ
เพื่อลุ้นรับแพ็คเกจเที่ยวประเทศญี่ปุ่นฟรี

และสามารถเข้าร่วมโหวตภาพโดนใจกับเรา
เพื่อลุ้นตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น ฟรี!

และของรางวัลมากมาย
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์

 

www.photocontestjapan.com

 

หมดเขตส่งภาพถ่ายและหมดเขตร่วมสนุกโหวต
วันที่ 31 มกราคม 2010

 

--------------------------

 

PHOTO

 

ร่วมสนุกส่งภาพโดย

1. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.photocontestjapan.com
2. ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น
3. เลือกรูปที่ส่ง ไฟล์.jpg ขั้นต่ำ 100 kbไม่เกิน 10 MB
พร้อมคำอธิบายความยาวไม่เกิน 250 ตัวอักษร

หัวข้อ
1 "ภาพประทับใจในประเทศญี่ปุ่น"

2 "ภาพประทับใจในเมืองไทยที่คุณนึกถึงประเทศญี่ปุ่น"

4.ส่งแล้วจะได้ข้อความยืนยันทางอีเมล์

 

ผู้ชนะได้รับรางวัลแพ็คเก็จท่องเที่ยวญี่ปุ่นฟรี
2 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง

 

------------------------------

 

VOTE

 

1. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.photocontestjapan.com
2. ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น
3. เลือกภาพโดนใจแล้วคลิ้ก โหวต

 

สุ่มหมายเลขผู้เข้าโหวตได้ของรางวัล


และผู้สมัครสมาชิกเว็บไซต์ลุ้นรับรางวัลแพ็คเก็จท่องเที่ยวญี่ปุ่นฟรี
2 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง

 

สมัครสมาชิกโดย

 

1. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.photocontestjapan.com
2. ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น
3.ส่งแล้วจะได้ข้อความยืนยันทางอีเมล์ ว่าเป็นสมาชิกเรียบร้อยแล้ว

 

---------------------------------------------------------------------------

 

ดำเนินการโดย

Visit Japan Campaign
Website : http://www.visitjapan.jp

JNTO ( Japan National Tourism Organization)
Website : http://www.yokosojapan.org

 

 

 

 

โชคดีทุกคนค่ะ

 

 

 

 

 

พักผ่อนตามอัธยาศัย

posted on 21 Oct 2009 11:35 by kikukissaten  in tagANDetc

พักผ่อนตามอัธยาศัย

 

มุขน่ารักๆ ที่ใช้ใน รถไฟฟ้ามหานะเธอ
(เรื่องนี้สนุกกว่าที่คิดไว้เยอะ ดีค่ะ)

....................

 

ขอยืมมาใช้มั่ง

ขอตัวไปพักผ่อนตามอัธยาศัยหน่อยนะคะ

กลับมาแล้วเจอกัน

สวัสดี 

 

 

หลายข้อดี ทำไมญี่ปุ่นมันน่าเที่ยวขนาดนั้น (1)

 

อิชั้นก็รักเมืองไทยอ่ะนะแต่ขอปันใจไปเที่ยวเมืองญี่ปุ่น เพราะ?

 

หมวดยานพาหนะ

1.รถไฟฟ้าญี่ปุ่นเชื่อมต่อกันทั่วประเทศ จะไปเหนือจรดใต้ก็ขึ้นรถไฟไปได้ด้วยความเร็วสูง
ไปไหนก็สะดวกยกเว้นถ้าดันไปขึ้นรถเวลาเร่งด่วน อันนั้นช่วยไม่ได้


2.ลองแล้ว แต่ไม่สามารถเที่ยวด้วยรถไฟไทยเพราะใจเย็นไม่พอ และชีวิตไม่ได้มีไว้เลท


3.สำหรับคนมีเวลาน้อยก็ยังไปได้หลายเมืองด้วยตั๋วรถไฟสุดคุ้มเจอาร์เรลพาส เริ่มที่หนึ่งอาทิตย์
นักท่องเที่ยวจ่ายน้อยกว่า เวลามาเที่ยว


4.เที่ยวปลอดภัยได้ทั้ง เด็ก หรือคนชรา หรือนั่งรถเข็น ขึ้นรถเมล์ก็ได้ ขึ้นรถไฟ ไปไหนๆ ได้


5.เปิดโลกทัศน์ใหม่ในการเลี้ยงลูก ฝึกความอดทนให้เด็กที่ใช้ชีวิต
โปรดเข้าใจว่า
คนญี่ปุ่นไม่ลุกให้เด็กนั่งนะ
เด็กประถม(เป็นต้นไป)นั้นต้องแข็งแรง ยืนได้ด้วยขาของตัวเอง

6.แต่มีที่นั่งเว้นไว้สำหรับคนท้อง คนชรา และคนนั่งรถเข็น เพราะเขาก็ไม่ลุกให้นั่งเหมือนกัน (...)


7.
แค่ขึ้นบีทีเอสที่เมืองไทย ยกตัวอย่าง มารดาอุ้มเด็กไว้ ลูกวัยประถมไม่ยืนบนพื้นเอง
บิดาของเด็กมองกราดคนที่นั่งอยู่เหมือนเป็นผู้ร้ายใจยักษ์
ทำไมไม่ลุกให้ลูกเมียผมนั่ง เมียผมอุ้มลูกหนักนะ (...)


8.สถานีที่ญี่ปุ่นมีช่องใหญ่สำหรับคนเข็นรถเข็นเด็ก กระเป๋าเดินทาง
รถเข็นผู้ใหญ่ คนของเยอะให้ผ่าน สะดวกโดยไม่ต้องอ้อนวอน ร้องขอ รอ รปภ เปิดให้มั่งไม่ให้มั่งอย่างรถไฟฟ้าบางเวลา บางสถานี


9.แท็กซี่ญี่ปุ่นแพงแต่มีบริษัทสั่งสอน แท็กซี่เมืองไทยไม่มีใครสั่งสอน

ไม่มีมาตรฐานในการคัดเลือกคนขับ ขนาดคนไทยนั่งเอง โกงได้ก็โกง ปล้นได้ปล้น
ส่วน
ฝรั่ง ญี่ปุ่น ต่างชาติ มีไว้ฟันค่าโดยสาร กับ พาไปร้านจิวเวลรี่ ตัดสูท
ดีก็มีมั้ง แต่หายาก


10.เดินที่ญี่ปุ่นบนทางเดินเท้า จะไม่มีมอเตอร์ไซต์วิ่งเฉี่ยวข้างหลังคุณ
มีแต่จักรยาน(...)



หมวดอาหาร

1.ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เมืองญี่ปุ่น อร่อยเป็นมาตรฐาน ไม่ต้องวัดดวง


2.ร้านอาหารญี่ปุ่นเมืองญี่ปุ่น มีบริการเป็นมาตรฐาน


3.ร้านอาหารญี่ปุ่น ส่วนมากคุณสามารถได้รับบริการมากกว่ามาตรฐาน
จากเจ้าของร้านอาหารตัวจริงเสียงจริง


4.ไม่มีการถูพื้น กวาดพื้นให้ฝุ่นมันฟุ้งขึ้นมา ระหว่างเรากินข้าวในร้าน


5.ชาเขียวที่ญี่ปุ่นถ้าฉลากเขาเขียนว่ามันเป็นชาเขียวญี่ปุ่นมันก็จะเป็นชาเขียวญี่ปุ่นจริงๆ


6.ไปกินอาหารญี่ปุ่น คุณก็จะได้กินอาหารญี่ปุ่น ไม่ใช่อาหารที่หน้าตาคล้ายๆ อาหารญี่ปุ่น (แหงซิ)

 

7.เวลาเข้าร้าน last order เขาก็จะบอกดีๆ บอกก่อนเข้าร้าน
ไม่มีแบบเข้าร้านแล้ว นั่งแล้วบอกว่าครัวจะปิดแล้ว อาหารเสริฟบนโต๊ะ แล้วโดนขอเช็คบิลเลย

 


8.ไม่ต้องทิป

 

9.รู้คุณค่าอาหารไทย ว่ามันแพงเว่อร์ได้ขนาดนี้
กลับมาจากเที่ยวเริ่มมีความคิดอยากหัดทำอาหารไทยให้เป็นไว้บ้าง
กินสับปะรด มะม่วง มังคุด ทุเรียน อย่างไม่ทิ้งขว้าง


10.แต่ถึงจะดีอย่างนั้นก็เถอะ ไปเที่ยวกลับมาแล้วคุณก็จะรู้ว่าเมืองไทยมันดีแค่ไหน



ฮะฮะฮะ

 

 

(แต่มันความคิดเห็นเหมาๆ ของอิชั้นคนเดียว ขออภัยหากกวนใจท่าน
ใครคิดเหตผลอื่นอย่างไร อยากฟังเช่นกันค่ะ)

 

 



(ยังมีตอนต่อไป!?)

 

 

หลายข้อดี ทำไมเมืองไทยน่าอยู่กว่าญี่ปุ่น (1)


หมวดยานพาหนะ

1.รถไฟฟ้าญี่ปุ่นซับซ้อนเกินไป มีหลายสายเกินไป ขึ้นแล้วหลง
เมืองไทยขึ้นง่ายกว่าเยอะ ไม่มีหลง แถมมีป้ายภาษาไทยอีกตะหาก

2.รถไฟไทยหัวรถจักร ตู้ ขบวน เข้าขั้นคลาสสิค นั่งแล้วนึกย้อนถึงวันเก่าๆ

3.รถไฟญี่ปุ่นมันใหม่เกินไป แถมวิ่งเร็วเกินไป
วิ่งไปได้ไง 300 กว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมงและตรงเวลาจนน่ากลัว บรื๋ออ

4.รถเมล์ญี่ปุ่นมีให้บริการน้อยเส้นทางเกินไป แถมวิ่งช้า
ว่ิงไปป้ายไม่ทันก็ต้องรอตามเวลาตาราง และไม่เปิดประตูให้ขึ้นลงตอนติดไฟแดง

5.รถเมล์เมืองไทยวิ่งเร็วตื่นเต้นทันใจ มีสายรถเมล์ให้เลือกมากมาย
จนบางทีเลือกขึ้นไม่ถูกเลย สายนี้ไม่จอดเราก็ขึ้นสายอื่นได้

6.เวลาขึ้นรถไฟที่ญี่ปุ่นต้องเข้าคิว เมืองไทยไม่ต้องเข้าคิว
ใครเบียดเข้าก่อนก็ได้ ออกกำลังกายดี

7.ที่ญี่ปุ่นไม่มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างเลย
ถ้าจะเดินเข้าซอยก็ต้องเดินบนทางเท้าโล่งๆ เข้าไปเอง เมื่อย

8.ค่าแท็กซี่ที่ญี่ปุ่นแพงมากๆ กดตามมิเตอร์เป๊ะๆ
ไม่มีให้เหมาเลย แถมส่งถึงที่เป๊ะๆ ไม่มีลุ้นเลย

9.ขึ้นแท็กซี่เมืองไทยถูกว่าเยอะ ทั้งค่ารถ ทั้งชีวิตผู้โดยสาร

10.จักรยานที่เมืองไทยขี่ไปบนถนนคู่กับรถยนต์ได้เลย
แต่ที่ญี่ปุ่นต้องขี่ตามเลนจักรยานเท่านั้น ไม่สะดวกเอาซะเลย




หมวดอาหาร

1.ซูชิทีเมืองไทยมีขายราคา 5-10 บาทเท่านั้น ถู้ก ถูก ข้างถนนก็หากินได้
..

2.ซูชิของญี่ปุ่นแม้เป็นซูชิของแท้ต้นตำหรับ แต่ราคาแพง
เวลาทำก็พิธีรีตรองเยอะ เวลากินก็พิธีเยอะเหลือเกิน (แต่อร่อยเทพ)

3.ที่เมืองไทยใครอยากเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นก็เปิดได้ง่ายๆ สบายๆ
ไปซื้อตัวพ่อครัวร้านเก่งๆ มา ก็จบ

4.ที่ญี่ปุ่นเปิดร้านอาหารได้ ต้องไปเสาะหาสูตรมา
แต่ถ้าไม่อร่อยก็ไม่มีใครมากิน ทำธุรกิจยากไปหรือเปล่า

5.ชาขวดที่เมืองไทย หวานหอมถุกใจ
ชาเขียวที่ญี่ปุ่นขมไปหรือเปล่า ทำไมไม่ใส่น้ำตาลอ่ะฮ้า

6.เมืองไทยกินอาหารญี่ปุ่น ไปกับเพื่อนเลือกได้อยากกินซูชิ
ราเมน ทงคัสซึ โอเด้ง โซบะ อูด้ง ในร้านเดียวได้

7.ที่ญี่ปุ่นเข้าร้านราเมนก็มีแต่ราเมน โซบะก็โซบะ ซูขิก็ซูชิ
ถ้าเพื่อนอยากกินไม่เหมือนเราแล้วทำไง ไม่ต้องกินข้าวกับเพื่อนเลยเหรอเนี่ย

8.ที่ญี่ปุ่นอาหารไทยแพงเกินไป แต่ที่เมืองไทยร้านอาหารญี่ปุ่นราคากินได้กินดี

9.สัประรด กล้วยหอม ทุเรียน มังคุด มะม่วง กินที่ญี่ปุ่นแล้วน้ำตาตกเพราะแพง เมืองไทยดีกว่า

10.ทำร้านอาหารที่ญี่ปุ่นถ้าคนกินอาหารเป็นพิษโดนปิดร้าน ซวยเลย ที่เมืองไทยคนกินอาหารเป็นพิษก็เข้าโรงพยาบาลเอง จ่ายเอง ไม่เป็นไรๆ กรรมเก่า


ฮะฮะฮะ




(ยังมีตอนต่อไป)

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ
เรื่องนี้แบ่งเป็นตอนๆ
ย้อนกลับไปอ่านตอนที่แล้วได้ที่คลิ้กด้านล่างค่ะ

 

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (1)
jishin hanabi tokyo hama ibaraki (1)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (2)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (2)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (3)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (3)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (4)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (4)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (5)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (5)

Click

地震 花火 東京 (アニメ センタ-) ハマ 茨城  (5.0)

(5.0) you can (not) stand
Tokyo Anime Center (service)

 

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (6)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (6)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (7)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (7)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (8)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (8)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (9)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (9)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (10)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (10)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (11)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (11)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (12)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (12)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (13)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (13)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (14)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (14)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (15)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (15)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (16)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (16)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (17)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (17)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (18)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (18)

Click

地震 花火 東京 ハマ 茨城  (19)

jishin hanabi tokyo hama ibaraki (19)

Click

 

 

 

ตอนที่ 20

 

 

 

 วันกลับ



ตื่นแต่เช้ายัดทุกอย่างลงกระเป๋า
แยกหนังสือใส่กล่องที่จะส่งตามไปทางไปรษณีย์เตรียมไว้
อาบน้ำแต่งตัว
ทำใจ

 

การบอกว่า ไปก่อนนะ แล้วเจอกันใหม่
มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากกว่าที่คิด

 

รู้ว่าชีวิตมันต้องเดินต่อไป แต่ก็แอบเศร้าแทนไม่ได้

 

.......................


เอากระเป๋าใส่รถ
โอโต้ซังจะขับรถไปส่งที่สนามบินตอนบ่าย
โอก้าซังไปทำงานเลยต้องบ๊ายบายกันตอนเช้า
ไม่ได้ไปเจอหน้าครอบครัวของเด็กสามคน ได้แต่โทรศัทพ์ร่ำลา

 

皆さん、おかげさまで…

 

.........................

 

จากนั้นเราสองคนเดินไปโรงหนังใกล้บ้าน
เพื่อ

evangelion:2.0
YOU CAN (NOT) ADVANCE

 

ในโรงที่ฉาย evangelion:2.0 นั้น
บรรยากาศคล้ายสถานที่ศักดิ์สิทธ์อย่างบอกไม่ถูก



ความตื่นเต้นที่จะได้ดูของคนที่ตีตั๋วเข้ามานั้น
แผ่กว้าง ครอบคลุมไปทั่วทัั้งโรง แบบรู้สึกได้

 

คนที่มาดูส่วนมากจะเป็นผู้ชายมาคนเดียว หรือมาเป็นกลุ่ม
แต่ก็มีสาวๆ มาดู

 

ยิ่งพอหนังเริ่มฉาย
เราแอบมองไปยังผู้คนที่นั่งดูอยู่ นั่งตัวตรงหลังตรง ไม่มีใครขยับเขยี้อน
บรรยากาศมันยิ่งกว่าห้องสอบวิชาโหดๆ เสียอีก
ขนาดที่ว่า ถ้าใครโทรศัพท์ดังหรือคุยโทรศํพท์ตอนที่หนังฉาย ต้องโดนฆ่าตายแน่นอน
ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ที่นี่มันญี่ปุ่นนะเว้ยยย


ทุกคนตั้งใจเก็บทุกเม็ดทุกตอนทุกฉาก แบบไม่ให้พลาด
แน่นอน คนนั่งข้างๆ ซาบซึ้งจนน้ำตาซึม

 

น้อง มาริ ออกมาให้เห็นกันชัดๆ 

 

"キミ 、いいにおい。"

คำพูดคำหนึ่งจากน้องมาริ

 

หวังว่าจะเข้ามาฉายในไทยในอีกไม่นาน แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่
แต่ก็คงไปดูอีกรอบ

 

...........................

 

ตอนบ่ายนั่งรถไปนาริตะ
อากาศดี แดดงาม ไม่มีฝนอย่างวันที่ผ่านๆ มา

แน่นอน ที่โชคชะตาชีวิตจะเป็นเฉกนี้
ประจำ

 

ถึงนาริตะก็เช็กอิน กระเป๋าน้ำหนักเกินตามระเบียบ แต่ยังดีที่เขาให้อภัย
และไปไปรษณีย์ส่งหนังสือและโปสการ์ด

 

 อา 

ฤดูร้อน เสียงจักจั่น ดอกไม้ไฟ แผ่นดินไหว
และหัวใจไหวๆ เมื่อยามต้องร่ำลา

บทจะลากันก็ เหงาๆ เศร้าๆ
น้ำตาซึมกันไปตามระเบียบ

 

เฮ้อ มาก็เศร้า เราจากบ้าน
กลับก็เศร้า เขาจากบ้าน

 
ไทย ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น ไทย
กรุงเทพ-สุวรรณภูมิ-นาริตะ-อิบารากิ อิบารากิ-นาริตะ-
สุวรรณภูมิ-กรุงเทพ
ไม่ไกลเกิน 6 ชั่วโมง

 




จนกว่าจะพบกันใหม่

 

 

 

..........................

 

 

 

 

 

การท่องเที่ยวในฤดูร้อน ฮิมาวาริ ดอกทานตะวัน ระหว่างทาง

 

..................................

 

ตั๋วหนังที่ญี่ปุ่นดูหนังเมืองไทยได้อย่างน้อยสี่ถึงหกเรื่องในใบเดียว

evangelion:2.0
YOU CAN (NOT) ADVANCE
น้องมาริออกมาแล้ว ตัวใหญ่กว่าที่คิด
แย้มนิดๆ ว่าน้องเขาพูดฝรั่งปร๋อเลย เป็นใครกันนะ อ๊ะ อ๊ะ

 

 

...........................................

 

 

ถนนทางไปนาริตะ สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนา

 


ร้านนี้ความจริงเป็นร้านขายเครื่องไฟฟ้า
แต่เห็นว่าเจ้าของร้านจินตนาการสูงส่ง เปรี้ยวซะ
เครื่องประดับรอบร้านจึงกลายเป็นเช่นนี้
ผ่านมานาริตะทีไรเป็นต้องชี้กันให้ดู ทั้งขาไปขากลับ

 

ส่วนนี่  เสื่อมซะ
เพิ่งเคยเห็น มันคือ ป้ายโฆษณา ร้านขาย กกน.ใช้แล้วของสาวๆ วัยรุ่น ป้ายใหญ่มากกก
ดูแผนที่แล้วอยู่ใกล้ๆ ป้อมตำรวจด้วยแฮะ ญี่ปุ่นรั่วมากๆ

 


งานประติมากรรมในสนามบินนาริตะ มีหลายเวอร์ชั่น สวยดี

 

 

 
บางทีก็นึกขอบคุณคนสร้างขึ้นมา เรือ ที่ บินได้ ประดิษฐกรรมที่ทำให้ชีวิตหลายคนเปลี่ยนไป

 

 

 


 

 

 

 

free counters